วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557



มะเฟือง
 ชื่อวิทยาศาสตร์: Averrhoa carambola L.;

 ชื่อสามัญ: Carambola
 เป็นไม้ต้นพื้นเมืองของอินโดนีเซีย อินเดีย และศรีลังกา และเป็นที่นิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทย มาเลเซีย และบางส่วนของเอเชียตะวันออก รวมทั้งมีเพาะปลูกในสาธารณรัฐโดมินิกัน บราซิล เปรู กานา Guyana ซามัว ตองกาไต้หวัน French Polynesia คอสตาริกา และ ออสเตรเลีย ในสหรัฐอเมริกามีแหล่งเพาะปลูกเชิงพาณิชย์อยู่มะเฟืองเป็น ไม้ผลยืนต้นขนาดกลาง ลักษณะเป็นทรงพุ่ม ซึ่งมีทั้งลักษณะตั้งตรง และกึ่งเลื้อย ลำต้นและกิ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน แกนกลางมีไส้คล้ายฟองน้ำมีสีแดงอ่อน ใบประกอบสีเขียว ประกอบด้วยใบย่อย 5-11 ใบ ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง และตาข้างตามกิ่งและลำต้น มีดอกสีชมพูอ่อนไปจนถึงเกือบแดง ผลมีก้นแหลมเป็นเหลี่ยมมีร่องลักษณะเป็นพูประมาณ 4-6 พู



                               พะยอม 
เป็นไม้ยืนต้นประเภทพืชใบเลี้ยงคู่ชนิดหนึ่งที่อยู่ในวงศ์ Dipterocarpaceae พบได้ในกัมพูชา, อินเดีย, ลาว, มาเลเซีย, พม่า, ไทย, และ เวียดนาม มีลักษณะใบที่เรียงสลับกัน ดอกมีสีขาว กลิ่นหอม นิยมนำเนื้อไม้ไปใช้ในการก่อสร้าง ลักษณะคล้ายกับต้นตะเคียน
พะยอมมีชื่อพื้นเมืองอื่นๆอีกคือ กะยอม (เชียงใหม่) ชะยอม (ลาว)กะยอม (อีสาน) ขะยอมดงพะยอมดง (ภาคเหนือ) แคน (ร้อยเอ็ด) เชียง เชี่ยว (กะเหรี่ยง – เชียงใหม่ ) พะยอม (ภาคกลาง) พะยอมทอง (สุราษฎร์ธานี – ปราจีนบุรี) ยางหยวก (น่าน)


           ไทรย้อยใบทู่ หรือ ไทรย้อย 
           อังกฤษChinese banyan, Malayan banyanจีน細葉榕
          ชื่อวิทยาศาสตร์Ficus microcarpa) เป็นไม้ประเภทบันยันในสกุล Ficus ในวงศ์ Moraceae
เป็นไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงได้ประมาณ 12-25 เมตร และสูงได้ถึง 30 เมตร บางครั้งอาจรอเลื้อยกับพื้นดินหรือกึ่งอาศัยกับไม้อื่น ๆ มีรากอากาศอยู่ตามกิ่งไม้เป็นเส้นเรียงยาวจำนวนมาก เปลือกมีสีเทา ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงตัวแบบเวียน มีลักษณะรูปไข่หรือรูปวงรี ขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 4-10 เซนติเมตร ปลายใบแหลมถึงเป็นติ่งทู่เกือบแหลม หรือเป็นติ่งสั้น และเรียวแหลม ไม่ค่อยพบแบบเว้า ฐานใบสอบรูปลิ่ม ขอบใบเรียว ผิวใบมัน เนื้อใบบางเหนียวคล้ายผิวหนัง ออกดอกตามง่ามใบ เป็นดอกเดี่ยวหรือน้อยมากที่จะเป็นดอกคู่ ตาดอกสีแดงแกมชมพู ก้านดอกยาว 0.5-1.5 เซนติเมตร วงกลีบเลี้ยงรูประฆัง จำนวน 6 กลีบ ยาว 3-7 กลีบ กลีบดอกแบบอิสระ 6 กลีบ รูปไข่มน ยาว 3-8 มิลลิเมตร มีลักษณะย่น เกสรตัวผู้ 12 อัน ขดเป็นวง ผลเป็นรูปไข่กลับหรือกระสวยรี มีกลีบเลี้ยงเป็นท่อหุ้ม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5-10 มิลลิเมตร ผลเกลี้ยง ผลแก่แตกออก มีเมล็ดจำนวนมาก มีปีกยาว รูปลิ่มแกมไข่กลับ
มีการกระจายพันธุ์ที่กว้าง โดยพบได้ที่ปากีสถานอินเดียเนปาลศรีลังกาจีนตอนใต้, ญี่ปุ่นไต้หวันพม่า, ภูมิภาคอินโดจีนและมาเลเซีย จนถึงฟิลิปปินส์และออสเตรเลีย ในประเทศไทยพบทั่วทุกภาค ขึ้นกระจายในป่าดิบแล้ง, ป่าดิบชื้น และป่าเบญจพรรณ บางครั้งพบตามป่าเสื่อมโทรม, ชายทะเล, ป่าชายเลน หรือเขาหินปูน จนถึงระดับความสูงประมาณ 1,100 เมตร จากระดับน้ำทะเล



                                                               เทียนหยด
                             ชื่อวิทยาศาสตร์: Duranta repens L.; Duranta erecta L.
                             ชื่อสามัญ: Sky flower; Golden dew drop; Pigeon berry; Duranta
                             ชื่อวงศ์: VERBENACEAE) 
 มีชื่อพื้นเมืองหลายชื่อ ได้แก่ เครือ (แพร่) ; พวงม่วง; ฟองสมุทร; เทียนไข (กรุงเทพฯ) ; สาวบ่อลด (เชียงใหม่)
เป็นไม้พุ่มใบเป็นใบเดี่ยวรูปมนรีเรียว สอบไปทางปลาย ขอบใบเป็นหยักห่างๆออกดอกเป็นช่อห้อยตามปลายยอด ดอกมีสีม่วงมีกลีบดอก 5 กลีบ สามารถติดผลเป็นเม็ดกลมขนาดเล็กสีเหลืองคล้ายหยดเทียน ใช้ในการปลูกประดับทั่วไป
เทียนหยดเป็นพืชที่มีพิษ โดย ผลสีส้มของเทียนหยด เป็นสารประกอบโปรตีนที่มีพิษ ไม่ควรรับประทาน หากรับประทานเข้าไปแล้วเคี้ยว อาจจะทำให้เสียชีวิตได้ (แต่ถ้าหากรับประทานเข้าไปแล้วไม่เคี้ยว จะไม่ก่อให้เกิดอันตราย)

วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557



อะกาเว (อังกฤษAgave)
เป็นสกุลของพืชใบเลี้ยงเดี่ยว อยู่ในวงศ์ย่อย Agavoideae วงศ์Asparagaceae แต่นักพฤกษศาสตร์บางกลุ่มแยกออกมาเป็นวงศ์ Agavaceae เป็นไม้อวบน้ำ ทรงพุ่มแผ่เป็นวงกว้าง สูงประมาณ 2 เมตร พุ่มกว้าง 0.3-1 เมตร ผิวสัมผัสหยาบ ใบจะมีสีเขียวอมเทา ขอบใบจะมีหนามแข็ง บางชนิดคล้ายหนวด เรียงตัวเหมือนกลีบกุหลาบ ดอกออกเป็นช่อสูงถึง 6 เมตร ดอกสีเหลือง ออกดอกครั้งเดียวแล้วจะตาย
ในต่างประเทศ พืชในสกุลนี้ใช้ทำเครื่องดื่ม อาหาร และเส้นใย ส่วนในประเทศไทย ใช้เป็นไม้ประดับ





โสกน้ำ

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Saraca indica

ชื่อวงศ์ : Leguminosae-Caesalpinioideae
ชื่อสามัญ : Ashoka tree, Saraca, Asoka, Sorrowless tree
ชื่อพื้นเมือง : กะแปะห์ไอย์ ชุมแสงน้ำ ตะโดลีเต๊าะ ส้มสุก
โสก อโศกน้ำ
 ประโยชน์ :  ใบอ่อนและดอกทำแกงส้ม ยำหรือทำผักจิ้มน้ำพริก ดอกบำรุงธาตุแก้ไอและขับเสมหะ



มะยม (ชื่อวิทยาศาสตร์Phyllanthus acidus
ภาคอีสานเรียกว่า หมากยม ภาคใต้เรียกว่า ยม 
ป็นไม้ยืนต้น ขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สูงประมาณ 3 – 10 เมตร ลำต้นตั้งตรง เปลือกต้นขรุขระสีเทาปนน้ำตาล แตกกิ่งที่ปลายยอด กิ่งก้านจะเปราะและแตกง่าย ใบประกอบ มีใบย่อยออกเรียงแบบสลับกันเป็น 2 แถว แต่ละก้านมีใบย่อย 20 – 30 คู่ ใบรูปขอบขนานกลมหรือค่อนข้างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนปลายใบแหลม ฐานใบกลมหรือมน ขอบใบเรียบ ดอก ออกเป็นช่อตามกิ่ง ดอกย่อยสีเหลืองอมน้ำตาลเรื่อๆ ติดผลเป็นพวง ผลมีสามพูชัดเจน เมื่ออ่อนสีเขียว เมื่อแก่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองหรือขาวแกมเหลือง เนื้อฉ่ำน้ำ เมล็ดรูปร่างกลม แข็ง สีน้ำตาลอ่อน 1 เมล็ด มีทั้งพันธุ์เปรี้ยวและพันธุ์หวาน ซึ่งมีรสหวานอมฝาด ผลจะอ่อนนุ่มเมื่อสุก จึงเก็บเกี่ยวก่อนผลจะหล่นจากต้น